หน้าแรก > law and regulation > คอลัมน์ กระดานความคิด: ประเทศไทยยังใช้โทษประหารชีวิต

คอลัมน์ กระดานความคิด: ประเทศไทยยังใช้โทษประหารชีวิต

คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557 หน้า 4

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยรายงานสถานการณ์โทษประหารชีวิตและการประหารชีวิตในปี 2556 พบว่า การประหารชีวิตส่วนใหญ่เกิดขึ้นในประเทศ จีน อิหร่าน อิรัก ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐ ส่วนไทยยังคงเป็นหนึ่งใน 58 ประเทศที่ยังใช้โทษประหารชีวิต ในขณะที่แนวโน้มทั่วโลกมุ่งสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิต

ในรายงาน “สถานการณ์โทษประหารชีวิตและการประหารชีวิตในปี 2556” (Death Sentences and Executions in 2013) ยืนยันว่าแนวโน้มทั่วโลกมุ่งสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิต โดยในปี 2556 มีเพียง 22 ประเทศหรือหนึ่งใน 10 ของประเทศทั่วโลกเท่านั้นที่ยังทำการประหารชีวิต มีประชาชนอย่างน้อย 778 คน ทั่วโลกถูกประหารชีวิต ซึ่งตัวเลขดังกล่าวไม่รวมจำนวนผู้ถูกประหารชีวิตในประเทศจีน ซึ่งรัฐบาลถือว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความลับของชาติ เกือบ 80% ของการประหารชีวิตทั่วโลกเกิดขึ้นในสามประเทศ คือ อิหร่าน อิรัก และซาอุดีอาระเบีย

ปัจจุบันมี 140 ประเทศ หรือมากกว่า 2 ใน 3 ของประเทศทั่วโลกที่ได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตทั้งในทางกฎหมายหรือในทางปฏิบัติแล้ว
สำหรับประชาคมอาเซียนซึ่งประกอบด้วย 10 ประเทศนั้น กัมพูชาและฟิลิปปินส์ ยกเลิกโทษประหารชีวิตสำหรับความผิดทางอาญาทุกประเภท ส่วนลาว พม่า และบรูไน ได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตในทางปฏิบัติ ส่วนประเทศไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์และเวียดนาม ยังคงมีและใช้โทษประหารชีวิตอยู่

อินโดนีเซียและเวียดนามได้รื้อฟื้นการประหารชีวิตอีกครั้ง หลังจากพักการประหารชีวิตมาเป็นเวลานาน การประหารชีวิตในเวียดนามเริ่มขึ้นอีกครั้งในรอบ 18 เดือน หลังจากที่ปี 2555 รัฐบาลเวียดนามไม่สามารถประหารชีวิตนักโทษได้เนื่องจากทางประชาคมยุโรปมีคำสั่งห้ามส่งออกยาที่จำเป็นต้องใช้เพื่อการฉีดให้เสียชีวิต ดังนั้นในปีที่ผ่านมาเวียดนามจึงกลับมาใช้การประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าแทน

ในภูมิภาคนี้เป็นปีที่สองติดต่อกันที่ไม่มีรายงานการประหารชีวิตในสิงคโปร์ และยังมีการเปลี่ยนแปลงจากโทษประหารชีวิตของนักโทษ 6 คน เป็นโทษจำคุกแทน ภายหลังที่มีการทบทวนกฎหมายบังคับใช้โทษประหารชีวิตของประเทศเมื่อปี 2555

เดือนธันวาคม ปี 2557 จะมีการลงมติที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเพื่อพักใช้โทษประหารชีวิตขึ้นอีกครั้ง คาดว่าประเทศไทยจะลงมติ “เห็นชอบ” รับมติพักการใช้โทษประหารชีวิตชั่วคราวอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ประเทศไทยได้ “งดออกเสียง” ในปี 2553 และ 2555 เมื่อเทียบกับการลงมติ “คัดค้าน” เมื่อปี 2550-2551

“แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องรัฐบาลไทยประกาศพักการใช้โทษประหารชีวิตชั่วคราวอย่างเป็นทางการ รวมทั้งให้สัตยาบันรับรองพิธีสารเลือกรับฉบับที่สองของกติกาว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมือง (OP-ICCPR)”ปริญญา บุญฤทธิ์ฤทัยกุล ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยกล่าว
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล คัดค้านโทษประหารชีวิตทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นความผิดทางอาญาประเภทใด ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะมีบุคลิกลักษณะใด หรือไม่ว่าทางการจะใช้วิธีประหารชีวิตแบบใด โทษประหารชีวิตละเมิดสิทธิที่จะมีชีวิตและเป็นการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมทั้งงานวิจัยมากมายจากนานาประเทศได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโทษประหารชีวิตไม่มีความเชื่อมโยงใดๆ กับการเพิ่มขึ้น หรือลดลงของอาชญากรรม

Advertisements
หมวดหมู่:law and regulation
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: