หน้าแรก > law and regulation > วิสามัญฆาตกรรม

วิสามัญฆาตกรรม

ช.ช้างหัวหน้า. คอลัมน์ กฎหมายวาไรตี้: ‘วิสามัญฆาตกรรม’. ไทยโพสต์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 หน้า 5

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าว เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมคนร้ายแล้วคนร้ายพยายามหลบหนียิงต่อสู้กับตำรวจ แต่เหมือนหนังไทยโบราณที่สุดท้ายคนร้ายต้องถูกตำรวจยิงตาย หรือกรณีคนร้ายถูกจับควบคุมตัวแล้วยังพยายามต่อสู้หลบหนีให้พ้นจากการควบคุม แต่สุดท้ายคนร้ายก็ถูกตำรวจยิงตายอีก เหตุการณ์ข้างต้นมีคำศัพท์ที่คุ้นหูเรียกกันว่า วิสามัญฆาตกรรม

วิสามัญฆาตกรรม ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายความถึง การฆาตกรรมที่ผู้ตายถูกเจ้าพนักงานอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ฆ่าตาย หรือถูกฆ่าตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานที่อ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่

กฎหมายวางหลักว่า การวิสามัญฆาตกรรมที่เจ้าพนักงานกระทำไปโดยอาศัยอำนาจจับกุมหรือเป็นการป้องกันตัวย่อมไม่เป็นความผิด แต่หากไม่เข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว เจ้าพนักงานก็อาจมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา หรือเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ดังนั้น กฎหมายเรื่องวิสามัญฆาตกรรมจึงกำหนดให้ต้องมีการไต่สวนการตายเพื่อความโปร่งใสของการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐว่าเป็นเช่นไร

การไต่สวนการตายหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การชันสูตรพลิกศพ กฎหมายกำหนดให้ต้องทำการชันสูตรพลิกศพในเหตุการณ์ 2 กรณี (ป.วิ.อ.มาตรา 148) คือ
1.เมื่อปรากฏแน่ชัด หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลใดตายโดยผิดธรรมชาติ หรือ
2.ตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน การตายโดยผิดธรรมชาตินั้น ได้แก่ ฆ่าตัวตาย ถูกผู้อื่นทำให้ตาย ถูกสัตว์ทำร้ายตาย ตายโดยอุบัติเหตุ ตายโดยยังมิปรากฏเหตุ

ส่วนการตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานนั้น ได้แก่ ตั้งแต่เวลาที่เจ้าพนักงานได้เข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยจนกว่าจะถูกปล่อยตัวไป

ตัวอย่างเช่น ผู้ต้องหายาเสพติดได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าพนักงานตำรวจเพื่อเปิดทางหนี แต่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจยิงสวนกลับถูกผู้ต้องหาถึงแก่ความตาย หรือกรณีจับผู้ต้องหาขังไว้ที่สถานีตำรวจแล้ว รุ่งขึ้นปรากฏว่าผู้ต้องหาตาย ดังนี้ กฎหมายกำหนดว่าต้องมีการชันสูตรพลิกศพและไต่สวนการตาย

ขั้นตอนการชันสูตรพลิกศพและไต่สวนการตาย (ป.วิ.อ. มาตรา 150) มีดังนี้
1.พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่พบศพนั้นอยู่ เมื่อรับแจ้งเหตุต้องรีบประสานแจ้งผู้มีหน้าที่ชันสูตรพลิกศพและญาติผู้ตายมาร่วมชันสูตรพลิกศพยังที่เกิดเหตุ โดยผู้ทำหน้าที่ชันสูตรหลักได้แก่ พนักงานสอบสวนและแพทย์ ในการนี้บุคคลทั้งสองจะทำบันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรพลิกศพทันที และแพทย์ทำรายงานแนบท้ายบันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรพลิกศพด้วยภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเรื่อง
2.ในกรณีที่มีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ให้ พนักงานอัยการและพนักงานฝ่ายปกครองตำแหน่งตั้งแต่ระดับปลัดอำเภอ หรือเทียบเท่าขึ้นไปแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ เป็นผู้ชันสูตรพลิกศพร่วมกับพนักงานสอบสวนและแพทย์ตามข้อ 1
3.เมื่อได้มีการชันสูตรพลิกศพตามข้อ 2 แล้ว ให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้พนักงานอัยการเข้าร่วมกับพนักงานสอบสวนทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ ให้เสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ถ้ามีความจำเป็นให้ขยายระยะเวลาออกไปได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสามสิบวัน แต่ต้องบันทึกเหตุผลและความจำเป็นในการขยายระยะเวลาทุกครั้งไว้ในสำนวนชันสูตรพลิกศพ
4.เมื่อได้รับสำนวนชันสูตรพลิกศพแล้ว ให้พนักงานอัยการทำคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ เพื่อให้ศาลทำการไต่สวนและทำคำสั่ง แสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด สาเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ถ้าตายโดยคนทำร้ายให้กล่าวว่าใครเป็นผู้กระทำร้ายเท่าที่จะทราบได้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับสำนวน
5.ในการไต่สวนศาลจะปิดประกาศแจ้งกำหนดวันที่ทำการไต่สวนไว้ที่ศาล และให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้ศาลส่งสำเนาคำร้องและแจ้งกำหนดวันนัดไต่สวนให้สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือญาติของผู้ตายตามลำดับอย่างน้อยหนึ่งคนเท่าที่จะทำได้ทราบก่อนวันนัดไต่สวนไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน และให้พนักงานอัยการนำพยานหลักฐานทั้งปวงที่แสดงถึงการตายมาสืบ
สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือญาติของผู้ตาย มีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อศาลขอเข้ามาซักถามพยานที่พนักงานอัยการนำสืบและนำสืบพยานหลักฐานอื่นได้ด้วย เพื่อการนี้ฝ่ายญาติผู้ตายมีสิทธิ์แต่งตั้งทนายความดำเนินการแทนได้ หากไม่มีทนายความที่ได้รับการแต่งตั้งจากบุคคลดังกล่าวเข้ามาในคดี ศาลจะตั้งทนายความขึ้นเพื่อทำหน้าที่ทนายความฝ่ายญาติผู้ตายให้เอง
6.เมื่อศาลทำการไต่สวนพยานเสร็จแล้วก็จะมีคำสั่งแสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด สาเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ถ้าตายโดยคนทำร้ายก็จะระบุว่าใครเป็นผู้กระทำร้ายเท่าที่จะทราบได้ คำสั่งของศาลให้ถึงที่สุด ซึ่งคำสั่งนี้จะเป็นช่องชี้มูลเบื้องต้นได้ว่าใครเป็นผู้กระทำผิดหรือไม่ เพื่อดำเนินใช้สิทธิ์ฟ้องคดีเกี่ยวกับการตายนั้นต่อไป

ทั้งหมดเป็นภาพรวมของการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสของการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ และเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษยชนที่ไม่ควรถูกละเมิดสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรมร้ายแรงเพียงใด การตายของเขาควรได้รับความคุ้มครองบนมาตรฐานเดียวกัน.

Advertisements
หมวดหมู่:law and regulation
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: