หน้าแรก > law and regulation > การสืบสวนสอบสวนในคดีอาญา

การสืบสวนสอบสวนในคดีอาญา

ช.ช้างหัวหน้า. คอลัมน์ กฎหมายวาไรตี้: ‘การสืบสวนสอบสวนในคดีอาญา’. ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2557  หน้า 5

หลายครั้งที่เกิดคดีอาญาขึ้นก็จะทราบว่า ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวน ติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีส่งตัวฟ้องร้องต่อศาลเพื่อพิจารณาตัดสินลงโทษตามความผิดที่ผู้ต้องหาก่อขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมองดูว่า การสืบสวนสอบสวนเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ในทางกฎหมายการสืบสวนสอบสวนเป็นงานที่แยกจากกันแต่ต้องทำงานประสานกัน ดังนั้นเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง วันนี้จะได้วิเคราะห์หลักเกณฑ์กฎหมายเรื่องการสืบสวนสอบสวนในคดีอาญา

การสืบสวน หมายความถึง การแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐาน ซึ่งพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน และเพื่อทราบรายละเอียดแห่งความผิด

จะเห็นได้ว่า การสืบสวนมีได้ทั้งก่อนการกระทำผิดและหลังกระทำผิด โดยที่กรณีก่อนการกระทำผิดเป็นการทำไปเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย เช่น การส่งรถตำรวจสายตรวจออกพื้นที่เพื่อหาข่าวและป้องกันปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดซึ่งหน้า เป็นต้น

ส่วนการสืบสวนหลังกระทำผิด เป็นการแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานเพื่อทราบรายละเอียดแห่งความผิด ซึ่งเป็นงานที่สนับสนุนการสอบสวนที่จะกล่าวต่อไป
ผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา กฎหมายกำหนดให้พนักงานพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจทุกชั้นยศมีอำนาจสืบสวนคดีอาญาได้ โดยตำรวจมีอำนาจสืบสวนจับกุมไม่จำกัดพื้นที่ แต่ถ้าเป็นพนักงานฝ่ายปกครอง เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อำนาจสืบสวนจับกุมจำกัดเฉพาะท้องที่รับผิดชอบ

การสอบสวน หมายความถึง การรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินการทั้งหลายอื่นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำไปเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหา เพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิด และเพื่อจะเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษ

การสอบสวนจะมีได้เฉพาะกรณีหลังกระทำผิดเท่านั้น เพราะกฎหมายบัญญัติคำนิยามข้างต้นว่า เป็นการรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการทั้งหลายอื่นซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำไปเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหา ดังนั้น หากยังไม่มีการกล่าวหา กล่าวคือยังไม่มีคำร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษ พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน และเมื่อพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน พนักงานอัยการก็ไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาล เพราะกฎหมายห้ามมิให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีใดต่อศาล โดยมิได้มีการสอบสวนในความผิดนั้นก่อน

คำร้องทุกข์ ได้แก่ การที่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้น จะรู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และการกล่าวหาเช่นนั้นได้กล่าวโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ

คำกล่าวโทษ ได้แก่ การที่บุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ ว่ามีบุคคลรู้ตัวหรือไม่ก็ดี ได้กระทำความผิดอย่างหนึ่งขึ้น

ผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเท่านั้น ซึ่งได้แก่ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ปลัดอำเภอ และข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรี หรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป มีอำนาจสอบสวนความผิดอาญาซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดภายในเขตอำนาจของตน หรือผู้ต้องหามีที่อยู่ หรือถูกจับภายในเขตอำนาจของตนได้

กล่าวโดยสรุปจากคำนิยามข้างต้น กฎหมายกำหนดให้ในเรื่องคดีอาญาทั่วๆ ไปให้ความหมายพนักงานสอบสวนได้แก่ ตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีขึ้นไปและได้รับมอบหมายหรือแต่งตั้งเป็นพนักงานสอบสวน และจะมีอำนาจสอบสวนเฉพาะภายในเขตอำนาจของตนเท่านั้น แต่หากมีกฎหมายพิเศษกำหนดให้ผู้ใดเป็นพนักงานสอบสวน ก็เป็นไปตามข้อยกเว้นนั้นๆ เช่น พ.ร.บ.ป้องกันปราบปรามยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2519 ให้อำนาจคณะกรรมการ ป.ป.ส.มีอำนาจในการสืบสวน สอบสวน และการฟ้องคดีความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ หรือ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการกระทำเป็นโจรสลัด พ.ศ.2534 ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารเรือทำการสอบสวนในเบื้องต้นในความผิดฐานโจรสลัดในทะเลหลวง เป็นต้น

จากหลักเกณฑ์ของกฎหมายดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การสืบสวนสอบสวนในคดีอาญานั้นแบ่งออกเป็นงานสืบสวนและงานสอบสวนแยกจากกัน แต่งานทั้งสองมีกระบวนการที่ปฏิบัติควบคู่กันไป มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงเป้าหมายเดียวกัน นั่นก็คือการรักษาความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งสังคมจะปลอดภัยได้ก็ต่อเมื่อมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างสอดคล้องและมีประสิทธิภาพนั่นเอง.

Advertisements
หมวดหมู่:law and regulation ป้ายกำกับ:,
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: