หน้าแรก > law and regulation > การคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายและผู้ต้องหาในคดีอาญาจากการเสนอข่าว

การคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายและผู้ต้องหาในคดีอาญาจากการเสนอข่าว

ณรงค์ ใจหาญ. คอลัมน์ นิติศาสตร์รอบตน: การคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายและผู้ต้องหาในคดีอาญาจากการเสนอข่าว!!!!. สยามรัฐ ฉบับวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2557  หน้า 5

การนำเสนอข่าวสารสาธารณะเพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข่าวสาร ถือเป็นภารกิจของสื่อมวลชนที่จะนำข้อมูล สาระ ความรู้ความเป็นไปต่างๆ ในสังคมไม่ว่าจะเป็นภายในประเทศหรือต่างประเทศ ให้เผยแพร่ไปสู่ประชาชน และให้ประชาชนได้เลือกรับข่าวสารต่างๆ ตามความสนใจและความต้องการตามปริมาณที่แต่ละคนต้องการ ซึ่งถือเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพในการนำเสนอข่าวสาร และเป็นสิทธิในการรับรู้ข่าวสารต่างๆ ของประชาชน

ข้อจำกัดที่สำคัญในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคลอันเป็นความลับ หรือความลับในทางราชการ หรือข้อมูลอันอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัยของประเทศ เป็นข้อยกเว้นที่รัฐสามารถห้ามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะได้ อย่างไรก็ดี ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่ได้มาตรฐานสากล หลักประกันสิทธิของผู้เสียหาย เช่น เด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีหรือหญิงที่ถูกกระทำทางเพศ หรือข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ย่อมได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายที่สื่อมวลชนจะต้องระมัดระวังในการนำเสนอข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชื่อเสียงแก่ผู้เสียหายดังกล่าว เช่นการเสนอข่าวสารที่ทำให้รู้ว่าเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปี ถูกกระทำทางเพศ หรือนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการที่สามีทำร้ายภรรยา หลังจากที่คู่กรณีฟ้องร้องดำเนินคดีแล้ว กฎหมายต้องห้ามมิให้นำเสนอข่าว เพราะต้องการคุ้มครองสิทธิของบุคคลที่ตกเป็นข่าวจะได้ไม่เสียชื่อเสียงหรือถูกดูถูกหรือถูกเกลียดชัง
ในด้านผู้กระทำความผิดหรือในด้านผู้ต้องหาในคดีอาญา ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดนั้น จะเห็นได้ว่า ข่าวหน้าแรกของหนังสือพิมพ์ หรือใน social media มักจะนำเสนออยู่เป็นประจำ โดยไม่ได้นำเสนอเฉพาะข้อมูลการกระทำความผิดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประวัติส่วนตัว หรือคำให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการกระทำความผิด และรวมถึงการกล่าวคำขอโทษแก่ผู้เสียหายในคดีนั้น ซึ่งการนำเสนอข่าวสารดังกล่าว อาจเกิดจากความยินยอมหรือไม่ยินยอมของผู้ต้องหานั้นก็ได้ข้อเท็จจริงที่นำเสนอนี้ รวมถึงภาพถ่ายของผู้ต้องหาในคดีอาญา ที่ทำให้ประชาชนผู้อ่านข่าวสารดังกล่าวมีความเชื่อหรือไม่เชื่อว่าผู้นั้นเป็นผู้กระทำความผิดในเรื่องนั้นๆ ซึ่งเป็นธรรมดาอยู่เองที่ประชาชนทั่วไปจะมีความเห็นต่อข่าวสารนั้นตามหลักเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน

จากการนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการกระทำความผิดและพฤติการณ์ของการกระทำความผิด รวมถึงภาพของผู้ต้องหาในคดีอาญาในสื่อมวลชนนี้ ด้านหนึ่งถือว่า เป็นข่าวสารที่ประชาชนควรได้รับรู้ความเป็นไปในสังคมแต่ในอีกด้านหนึ่งนั้น ผลกระทบต่อผู้ต้องหาที่ตกเป็นข่าว คือ คนในสังคมเชื่อว่า ผู้ต้องหาเป็นผู้กระทำความผิด ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของศาล และหากต่อมาศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง หรือปล่อยผู้นั้นออกมา เนื่องจากไม่มีหลักฐานเพียงพอในการชี้ว่าผู้นั้นเป็นผู้กระทำความผิด ส่วนใหญ่ผู้ถูกกล่าวหาที่ตกเป็นข่าวนี้ จะไม่ได้รับการเยียวยา ชื่อเสียงที่เสียไปจากการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านั้นเพราะไม่ได้มีการนำเสนอข่าวว่าผู้นั้นได้รับการยกฟ้อง หรือได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นผู้บริสุทธิ์

แนวทางการคุ้มครองผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายจากการเสนอข่าวในบางประเทศนั้น ดูเหมือนจะมีความเคร่งครัดมากในการที่ข่าวที่นำเสนอนั้นจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิทธิและชื่อเสียงของผู้เสียหาย และต่อผู้ถูกกล่าวหาไม่ว่าจะเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาเช่น ไม่นำเสนอภาพการสืบพยานในศาล อย่างมากก็เพียงเป็นภาพวาดแทนการถ่ายรูปมานำเสนอ หรือการนำเสนอว่ามีผู้กระทำความผิดถูกจับหรือถูกสอบสวน ก็นำเสนอแต่เพียงว่า ผู้ถูกจับนั้นมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร สูงต่ำ ดำขาว เชื้อชาติใด แต่จะไม่ระบุชื่อ หรือลงภาพถ่ายในสื่อมวลชน ทั้งนี้เพราะในกฎหมายต่างประเทศที่ยึดถือหลักการที่คุ้มครองผู้ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้บริสุทธิ์อยู่จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิด ดังนั้นการนำเสนอข่าวจึงถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติต่อผู้นั้นเยี่ยงผู้กระทำความผิด อันเป็นการขัดต่อหลักประกันสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญาประการสำคัญ ทั้งนี้ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก็เคยมีข้อห้ามในทำนองนี้เช่นเดียวกัน
เป็นที่สังเกตได้ว่า การนำเสนอข่าวอาชญากรรมในหน้าหนังสือพิมพ์ปัจจุบันของไทย มักจะนำเสนอภาพหน้าตา ของผู้ต้องหาหรืออาจมีการแถลงข่าวการจับกุม รวมถึงถ้อยคำของผู้ต้องหาต่อการกระทำที่เกิดขึ้น และหลักฐานที่ยึดได้ จนทำให้เห็นว่า ผู้นั้นเป็นผู้กระทำความผิดจริง คนในสังคมที่รับรู้ข่าวสารแทบจะเชื่อว่าผู้นั้นกระทำความผิด ในขณะที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 84 กำหนดว่า ในชั้นจับกุม ห้ามมิให้นำคำรับสารภาพของผู้ถูกจับมารับฟังเป็นพยานเพื่อลงโทษจำเลย แต่ถ้าเป็นคำรับสารภาพของผู้ต้องหาที่มีอายุไม่เกินสิบแปดปีหลักในพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ถือว่าไม่อาจรับฟังลงโทษจำเลยที่มีอายุไม่เกินสิบแปดปีได้ แต่อาจฟังเป็นเหตุลดโทษได้ ซึ่งสอดคล้องกับเหตุบรรเทาโทษตามมาตรา 78 แห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ที่ลดโทษให้เพราะผู้นั้นให้ความจริงอันเป็นประโยชน์ต่อศาล หากพิจารณาด้านสิทธิของผู้ต้องหาหรือจำเลยแล้วการนำเสนอข่าวดังกล่าว ทำให้ผู้นั้นถูกสังคมประณาม และมีความเชื่อว่า เป็นผู้กระทำความผิด ชื่อเสียงของผู้นั้นจะถูกทำลายไปก่อนที่จะมีคำพิพากษาว่าเป็นผู้กระทำความผิด

ข้อควรระวังดังกล่าว จึงเป็นอุทาหรณ์ที่ว่าการนำเสนอข่าวอาชญากรรม จะต้องกลับมาทบทวนหรือไม่ว่า ควรนำเสนอข่าวที่ชัดเจนเหมือนที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งผู้ถูกกล่าวหามีความเสี่ยงที่จะได้รับการประณามว่าเป็นผู้กระทำความผิด ในขณะที่ประชาชนได้รับรู้ข่าวสารชัดเจน และบางกรณีอาจเป็นการป้องกันอาชญากรรมได้เพราะเมื่อคนได้พบเห็นหน้าตาของผู้กระทำความผิดอาจมีความระมัดระวังที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรได้ แต่ถ้าเป็นการเสนอข่าวที่ปกปิดชื่อหรือหน้าตาของผู้ต้องหาหรือจำเลยเหมือนในบางประเทศนั้น ประชาชนในชุมชนนั้นอาจไม่ทราบผู้ต้องหานั้นเป็นใครและอาจตกเป็นเหยื่อกับอาชญากรนั้นอีกได้
ในทำนองเดียวกัน การจัดแถลงผลงานการจับกุม โดยมีผู้ต้องหาร่วมด้วยนั้น แม้จะมีผลทำให้สังคมรู้ถึงผลงานการปราบปรามอาชญากรรมที่สำคัญ และสะเทือนขวัญของประชาชน แต่ดูประหนึ่งว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐกำลังละเมิดสิทธิของผู้ต้องหาที่จะไม่ถูกประจานหรือปฏิบัติต่อเขาเยี่ยงผู้กระทำความผิด ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่ได้มีกฎหมายให้ทำได้ แต่เป็นเพียงการนำเสนอผลงานที่ก้าวล่วงสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาที่ควรระมัดระวัง

การนำเสนอข่าวสารแก่ประชาชนเป็นเรื่องที่ควรให้การสนับสนุนสื่อมวลชนให้ทำหน้าที่อันสำคัญและยิ่งใหญ่นี้เพราะประเทศที่เปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณะได้มากย่อมทำให้ประชาชนมีส่วนรับรู้และมีส่วนร่วมกับรัฐในการพัฒนาประเทศได้ แต่ข้อควรระมัดระวังที่ต้องพิจารณาควบคู่กันไป คือ หากเป็นการนำเสนอข่าวที่อาจมีผลกระทบต่อสิทธิเด็ก สตรี อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายนั้น หรือการนำเสนอข่าวที่ทำให้ประชาชนเชื่อว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นเป็นผู้กระทำความผิดแล้ว โดยการนำเสนอรายละเอียดของการกระทำความผิดหรือการแถลงข่าวนั้น ควรได้มีการทบทวนถึงขอบเขตของการดำเนินงานเพื่อป้องกันมิให้การนำเสนอข่าวนั้น ก้าวล่วงหลักประกันสิทธิและเสรีภาพของผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญาที่จะไม่ถูกประจานด้วยเป็นอย่างยิ่ง

Advertisements
หมวดหมู่:law and regulation
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: