หน้าแรก > Uncategorized > คอลัมน์ นิติปกครอง: เงินรางวัลสินบนนำจับ

คอลัมน์ นิติปกครอง: เงินรางวัลสินบนนำจับ

นายมหาชน (Mahachon2004@hotmail.com). คอลัมน์ นิติปกครอง: เงินรางวัลสินบนนำจับ. บ้านเมือง ฉบับวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 หน้า 5
เงินรางวัลสินบนนำจับ มีขึ้นเพื่อต้องการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมหรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐในการตรวจสอบ ชี้ช่อง ตลอดจนการช่วยให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ เช่น การล่อซื้อ ซึ่งแน่นอนว่าผู้ล่อซื้อย่อมมีความเสี่ยง เงินรางวัลนี้จึงเป็นเสมือนผลตอบแทนในการช่วยเหลือราชการนั่นเอง

คดีพิพาทวันนี้ ผู้ฟ้องคดีได้ทราบประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีการรับแจ้งเกี่ยวกับผู้กระทำผิดเรื่องยา โดยมีเงินรางวัลสินบนนำจับให้ร้อยละ 35 ของเงินค่าปรับ ซึ่งจะจ่ายให้เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ผู้ฟ้องคดีได้ร้องเรียนเกี่ยวกับการขายยากำจัดปลวกยี่ห้อหนึ่งซึ่งได้ถูกยกเลิกทะเบียนรับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เนื่องจากมีส่วนผสมของสารหนูซึ่งเป็นวัตถุอันตราย แต่กลับยังมีการจำหน่ายยาดังกล่าวอยู่ โดยผู้ฟ้องคดีได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในการเข้าล่อซื้อผลิตภัณฑ์กำจัดปลวกดังกล่าว จนในที่สุดสามารถจับกุมผู้กระทำผิดพร้อมทั้งของกลางได้

ต่อมาเมื่อคดีได้ถึงที่สุดโดยศาลอาญาพิพากษาลงโทษปรับจำเลยเป็นเงินทั้งสิ้น 100,000 บาท ผู้ฟ้องคดีจึงได้ติดต่อขอรับเงินรางวัลสินบนนำจับกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แต่เจ้าหน้าที่กลับปฏิเสธ โดยอ้างว่า ผู้ฟ้องคดีไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนในคดีจับกุมผู้กระทำผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับอาหารและยา ที่กำหนดว่าผู้แจ้งความนำจับที่จะมีสิทธิ์รับสินบนตามระเบียบนี้ จะต้องแจ้งความเป็นหนังสือต่อเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมาย และการรับแจ้งความนั้นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วย ซึ่งไม่ปรากฏว่าผู้ฟ้องคดีได้แจ้งความประสงค์ว่าต้องการขอรับเงินสินบนนำจับแต่แรก จนกระทั่งศาลอาญามีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ผู้ฟ้องคดีจึงมาแจ้งขอรับเงินสินบนดังกล่าว ทำให้ไม่สามารถขอกันเงินค่าปรับเพื่อเป็นค่าสินบนนำจับให้แก่ผู้ฟ้องคดีได้

ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องเรียนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งต่อมาได้มีหนังสือแจ้งตอบผู้ฟ้องคดีว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบกระทรวงการคลัง และระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว จึงยกข้อร้องเรียน

ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงนำเรื่องมาฟ้องต่อศาลปกครอง

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยแล้วเห็นว่า เมื่อผู้ฟ้องคดีได้เข้าล่อซื้อจนนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดพร้อมของกลางมาดำเนินคดีได้ แม้ผู้ฟ้องคดีจะไม่ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่เป็นลายลักษณ์อักษรว่า ประสงค์จะได้รับเงินรางวัลนำจับ เนื่องจากไม่ทราบระเบียบราชการ แต่การที่ผู้ฟ้องคดีได้ยอมเสี่ยงภัยเข้าล่อซื้อวัตถุอันตราย โดยพฤติการณ์ย่อมคาดหมายได้ว่า ผู้ฟ้องคดีกระทำเพื่อหวังสินบนนำจับตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (ผู้ถูกฟ้องคดี) ได้ประกาศไว้ อีกทั้งผู้ถูกฟ้องคดีก็ได้ให้การยอมรับว่า ตามสถิติที่ผ่านมายังไม่เคยปรากฏว่า ผู้ที่แจ้งเบาะแสโดยแจ้งชื่อและที่อยู่จริง ตลอดจนเข้าล่อซื้อวัตถุอันตรายเพื่อนำไปสู่การจับกุม ไม่ประสงค์ขอรับเงินสินบนนำจับ

ประกอบกับในการล่อซื้อดังกล่าวได้มีการแจ้งความและจับกุมผู้กระทำผิดโดยมีนิติกร 6 ว ของผู้ถูกฟ้องคดีอยู่ด้วย จึงถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีได้แจ้งความนำจับต่อผู้มีอำนาจรับแจ้งความนำจับตามระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้ว เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจรับแจ้งความนำจับดังกล่าว จึงมีหน้าที่ต้องจัดทำบันทึกการแจ้งและรับแจ้งความนำจับให้แก่ผู้ฟ้องคดีตามระเบียบ เมื่อไม่ได้ดำเนินการจึงเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่มิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ ผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่สามารถปฏิเสธผู้ฟ้องคดีโดยอ้างเหตุว่าผู้ฟ้องคดีมิได้แจ้งความนำจับต่อผู้มีอำนาจรับแจ้งความได้ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ควรต้องให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ ที่ชัดเจนแก่ผู้ฟ้องคดีแต่แรกด้วย

นอกจากนี้ การที่ผู้ฟ้องคดีไม่ได้ยื่นขอรับเงินสินบนต่อศาลอาญาภายใน 60 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด ก็เนื่องจากเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ที่มิได้ระบุในหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษว่าเป็นคดีมีสินบนนำจับ และไม่แจ้งผลคดีให้ผู้ฟ้องคดีทราบเพื่อนำไปประกอบคำขอรับเงินสินบนดังกล่าว ซึ่งผู้ฟ้องคดีเชื่อโดยสุจริตมาตลอดว่าได้ปฏิบัติถูกต้องตามขั้นตอนที่กำหนดไว้แล้ว โดยได้ติดต่อทวงถามเงินสินบนนำจับมาตลอดตั้งแต่วันเกิดเหตุ

ดังนั้น สิทธิของผู้ฟ้องคดีในการได้รับเงินรางวัลสินบนนำจับจึงยังคงมีอยู่ แม้ว่าผู้ฟ้องคดีจะได้ยื่นคำขอรับเงินต่อศาลอาญาเมื่อพ้นกำหนดเวลาแล้วก็ตาม แต่กฎหมายได้เปิดช่องให้ผู้ถูกฟ้องคดีสามารถทำความตกลงในการเบิกจ่ายเงินสินบนดังกล่าวกับกระทรวงการคลังได้ ศาลปกครองสูงสุดจึงพิพากษาให้ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิได้รับเงินสินบนนำจับตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้ประกาศไว้ โดยให้เบิกจ่ายให้แก่ผู้ฟ้องคดีภายใน 90 วัน นับจากวันที่ศาลมีคำพิพากษา (คดีหมายเลขแดงที่ อ.138/2548)

ผมว่ากรณีนี้สะใจดีครับเพราะ นี่คือตัวอย่างของความยุติธรรมตาม เนื้อผ้า ที่อยู่เหนือข้อที่ทางราชการมักชอบยกมาอ้าง เมื่อจะไม่ให้ความยุติธรรมแก่ราษฎรว่า เพราะราษฎรไม่ทำตามระเบียบ

———-

ดูเอกสารฉบับเต็มที่ ดูฉบับเต็มที่ http://www.slideshare.net/rparun/1382548

หมวดหมู่:Uncategorized
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: