หน้าแรก > บทความจากหนังสือพิมพ์ > คอลัมน์ กฏหมายข้างตัว: ป.ป.ช.ลงโทษเกินเหตุ (ศาลปกครองเพิกถอนการชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงของ ปปช.ได้)

คอลัมน์ กฏหมายข้างตัว: ป.ป.ช.ลงโทษเกินเหตุ (ศาลปกครองเพิกถอนการชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงของ ปปช.ได้)

พิสิษฐ์ พลรักษ์เขตต์. คอลัมน์ กฏหมายข้างตัว: ป.ป.ช.ลงโทษเกินเหตุ. เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2558 หน้า 10

มาตรา ๙๒ แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้อำนาจการลงโทษทางวินัยของข้าราชการของผู้บังคับบัญชาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงซึ่งมีโทษอยู่สองสถานเท่านั้น

ไล่ออกหรือปลดออก

ผู้บังคับบัญชาต้องลงโทษไล่ออกหรือปลดออกตามนั้น ห้ามพิสดารพลิกแพลงเป็นตัดเงินเดือน ภาคทันฑ์ หรือว่ากล่าวตักเตือน

ห้ามไปกระทั่งหน่วยงานผู้รับพิจารณาอุทธรณ์การลงโทษว่าจะพิจารณาโทษเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากไล่ออกหรือปลดออกเช่นกัน

บังคับใช้กันนาน ๆ ไปก็เกิดความเมามันตามวิสัยของพี่ไทยสิครับท่าน โดยเฉพาะประดาขาใหญ่เจ้าประจำ กรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญทั้งหลาย

กลายเป็นว่าดุลพินิจในการลงโทษทางวินัยตามกฎหมายดังกล่าว องค์กรอื่นอย่าบังอาจมาแหยมเปลี่ยนแปลงโทษทางวินัยที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดว่าผิดวินัยอย่างร้ายแรงเป็นอันขาด พยานหลักฐานที่ฟังมาเป็นอันยุติ ต้องถือตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.วินิจฉัย แม้กระทั่งศาลปกครอง

อุต๊ะ ชักเมามันเหมือนกันละซี

ผิดถูกประการใดเชิญติดตามลุ้นระทึกไปกับคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาจ้างปรับปรุงระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าแรงต่ำของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จำนวนห้าคน

ถูกไล่ออกแบบเหมาเข่งเนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

เขาหาว่าทั้งห้าคนนี้รู้เต็มอกว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรมอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ ในการประกวดราคาครั้งนี้
เนื่องจากซองเสนอราคาและเอกสารที่เกี่ยวข้องบริษัทผู้เข้าประกวดราคารายหนึ่งถูกขโมยไป น่าจะมีเจตนากลั่นแกล้งเพื่อมิให้บริษัทนี้เข้ายื่นซองได้

คณะกรรมการคณะนี้ก็หาได้กระทำการยกเลิก แต่ก็ยัง ให้ดำเนินการประกวดราคาต่อไปก็เสร็จบริษัทที่เหลืออยู่เพียง บริษัทเดียวนะซี ชนะการประกวดราคาแบบนอนมาใส ๆ ไม่ต้อง มีพระนำ

อย่าฟังความข้างเดียวครับท่าน มาฟังเหตุผลของคณะกรรมการทั้งห้าท่านบ้าง

ตามวิสัยของโรงพยาบาลบ้านนอก กระแสไฟฟ้าเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยวตกเดี๋ยวดับ มีผลกระทบมาก กำลังผ่าตัดเพลิน ๆ ไฟดับซะงั้น คนไข้ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตซีจ๊ะ

จะมาโอ้เอ้วิหารราย รอรายโน้นรายนี้มาเสนอราคาให้ครบถ้วนได้ไงละโยม

ฟังไม่ขึ้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติว่าคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาคณะนี้มีความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม

ส่งต่อให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขผู้บังคับบัญชาลงโทษซึ่งด้วยอานุภาพของมาตรา ๙๒ ดังกล่าว คณะกรรมการจึงถูกไล่ออกแบบเหมาเข่งด้วยประการฉะนี้

ผู้ถูกลงโทษอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมท่านก็เปลี่ยนการลงโทษได้แค่จากไล่ออกเป็นปลดออก
คณะกรรมการทั้งห้าคนจึงเปลี่ยนเป็นผู้ฟ้องคดีทั้งห้า มีปลัดกระทรวงเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ กับประดาท่านที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย

คดีนี้ ประเด็นข้อโต้แย้งตามชื่อเรื่องในวันนี้น่าสนใจ เพราะมีข้อต่อสู้ว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๒/๒๕๔๖ วินิจฉัยว่าเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ เป็นอันยุติ องค์กรที่พิจารณาอุทธรณ์ ไม่อาจเปลี่ยนแปลงฐานความผิดทางวินัย ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.วินิจฉัยและยุติแล้วให้เป็นประการอื่นได้อีก

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ปัญหาการวินิจฉัยดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยปัญหาระหว่างอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.กับผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงฐานความผิดทางวินัยในคดีนี้ คือผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑
แต่ไม่มีผลผูกพันศาล ซึ่งเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจตุลาการที่มีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีและสามารถตรวจสอบและแสวงหาข้อเท็จจริงได้ตามความเหมาะสม

ศาลปกครองย่อมมีอำนาจดุลพินิจอย่างอิสระที่จะพิจารณาพิพากษาคดีนี้ได้ตามรูปคดีโดยไม่จำต้องยึดถือพยานหลักฐานจากสำนวนคดีของคณะกรรมการ ป.ป.ช.แต่อย่างใด

ส่วนในข้อเท็จจริงที่ผู้ฟ้องคดีดำเนินการต่อไปโดยไม่ยกเลิกทั้งที่มีการกลั่นแกล้งดังกล่าวนั้น

ท่านว่าเนื่องจากความจำเป็นเร่งด่วนดังกล่าวในเรื่องกระแสไฟฟ้าตกเป็นประจำและความจำเป็นทางด้านงบประมาณ ผู้ฟ้องคดีจึง กระทำผิดพลาดเพียงเล็กน้อยที่ไม่ระบุเหตุผล ในการดำเนินการประกวดราคาต่อไปและ ไม่ปรากฏว่าเกิดความเสียหายแก่ทางราชการ

กรณียังฟังไม่ได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยไม่ชอบอันถือได้ว่าทุจริตต่อหน้าที่ราชการอันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง เป็นการลงโทษที่ไม่เหมาะสมกับความผิด คำสั่งลงโทษไม่ชอบด้วยกฎหมาย

พิพากษาให้ เพิกถอนคำสั่งลงโทษ ให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันออกคำสั่งและดำเนินการให้ผู้ฟ้องคดีกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิม (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ ฟ.๓๐/๒๕๕๗).

พิสิษฐ์ พลรักษ์เขตต์.
http://www.facebook.com/pisit polruckket
อีเมล pisit_polruckket@hotmail.com

Advertisements
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: